http://motorlism.com/wp-content/uploads/2018/06/Banner-A1

วิธีดูแลใบปัดน้ำฝนให้มีประสิทธิภาพ และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

การดูแลเอาใจใส่ใบปัดน้ำฝนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และความปลอดภัยที่มีมากยิ่งขึ้น

ใบปัดน้ำฝนถือเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นสำหรับรถยนต์และมีความสำคัญต่อความปลอดภัยบนท้องถนนซึ่งมักจะถูกมองข้ามอยู่บ่อยครั้ง ผู้ขับขี่มักจะตระหนักถึงความผิดปกติของใบปัดน้ำฝนก็ต่อเมื่อใบปัดน้ำฝนไม่อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมกับการใช้งาน เมื่อเกิดอุปสรรคต่างๆ ในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นฝน หรือสิ่งสกปรก จึงส่งผลให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลง ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงผู้ใช้รถใช้ถนน และผู้สัญจรอื่นๆ บนท้องถนน

“ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมักเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีฝนตกหนัก และสาเหตุหลักประการหนึ่งคือทัศนวิสัยในการมองเห็นระหว่างการขับขี่ที่ลดลง เราจึงขอแนะให้ผู้ขับขี่ควรทำการดูแลรักษาใบปัดน้ำฝนเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เปลี่ยนใบปัดน้ำฝนตามระยะเวลาที่กำหนด และเลือกใช้ใบปัดน้ำฝนที่มีคุณภาพจากผู้ขายที่เชื่อถือได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้” 

สำหรับวิธีเพิ่มประสิทธิภาพและให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นในขณะขับขี่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักอย่างเช่นช่วงฤดูมรสุมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สามารถกระทำได้ง่ายๆ ดังนี้

1. ซื้อใบปัดน้ำฝนที่มีคุณภาพ จะช่วยทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานยาวนานขึ้น

2. ดูแลบำรุงรักษาใบปัดน้ำฝนเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

  • ใช้น้ำสะอาดและผ้าทำความสะอาดใบปัดน้ำฝน ไม่ควรใช้น้ำยาล้างรถยนต์ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่นๆ เพราะจะลดประสิทธิภาพสารเคลือบยางของใบปัดน้ำฝน
  • เปิดใช้งานใบปัดน้ำฝนและน้ำยาฉีดกระจกอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะก่อนออกเดินทาง หรือทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันได้ยิ่งดี เพื่อช่วยให้ยางใบปัดน้ำฝนคงสภาพการใช้งาน ไม่แห้งแตก เสมือนได้รับการใช้งานอยู่เป็นประจำแม้ว่ารถจะไม่ใช้งานเป็นประจำก็ตาม

3. เปลี่ยนใบปัดน้ำฝนเป็นประจำทุกปี รวมถึงคอยตรวจเช็คหลังจากการใช้งานโดยทั่วไปแล้ว 6 เดือน

4. คอยตรวจเช็คกระจกหน้ารถสม่ำเสมอ เพื่อดูว่ามีรอยแตกหรือบิ่นที่เกิดจากเศษหินหรือไม่ และทำความสะอาดด้วยผ้า จากนั้นจึงใช้น้ำยาเช็ดกระจกเพื่อขจัดฝุ่นละอองและคราบน้ำมัน

5. หลีกเลี่ยงการยกใบปัดน้ำฝนออกจากกระจกหน้ารถในขณะที่รถยนต์จอดอยู่กลางแจ้งในสภาพอากาศที่ร้อน เพราะอาจทำเกิดความเสียหายต่อสปริงและก้านปัดน้ำฝนในระยะยาวได้

ใบปัดน้ำฝนบางชนิดถูกผลิตจากเนื้อยางสูตรพิเศษเพื่อให้ทนต่อสภาพสภาพอากาศร้อนเช่นประเทศไทย ใบปัดน้ำฝนทุกชนิดมีอายุการใช้งานที่จำกัด และมีหลายปัจจัยที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของใบปัดน้ำฝน ยางของใบปัดน้ำฝนควรจะคงความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่มเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี แต่การที่ต้องเผชิญสภาพอากาศที่ร้อน และแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เนื้อยางเกิดการแข็งตัว และเสื่อมคุณภาพตามกาลเวลา ดังนั้น ควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนก่อนที่คุณภาพจะเสื่อมลงจนส่งผลต่อประสิทธิภาพในการมองเห็นในขณะขับขี่ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน และโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ผู้ขับขี่มักจะทำการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนเพิ่มมากขึ้น

ประสิทธิภาพและความคงทนของใบปัดน้ำฝน ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับการออกแบบและสูตรผสมของเนื้อยาง โดยปกติแล้วรูปแบบของใบปัดน้ำฝนจะมีอยู่ 3 ประเภท คือ

  1. ใบปัดน้ำฝนแบบใบปัดแบบไร้โครง
  2. แบบธรรมดา
  3. และแบบผสม

 

ซึ่งสองประเภทหลังจะมีที่หนีบหรือข้อต่อ โดยจะมีแรงกดทับบนบานกระจกระหว่างการใช้งานสูง ซึ่งส่งผลให้ใบปัดน้ำฝนประเภทนี้เสื่อมสภาพเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับแบบอื่นๆ ใบปัดน้ำฝนโดยทั่วไปจะผลิตมาจากยางซิลิโคน ยางธรรมชาติ หรือยางสังเคราะห์จากสูตรที่แตกต่างกัน ซึ่งประสิทธิภาพการทำงานและความทนทานจะมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าใบปัดน้ำฝนมีความโค้งพอดีรับกับความนูนของกระจกหน้ารถยนต์ที่ใช้งานอยู่หรือไม่


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น