ลัมโบร์กินี อวดโฉมซูเปอร์สปอร์ตคาร์ Aventador-Huracan-Urus ในงาน Motor Show 2020

 

ลัมโบร์กินีได้นำรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระดับโลกมาให้แฟนพันธุ์แท้ลัมโบร์กินี รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบซูเปอร์สปอร์ตคาร์ในประเทศไทยได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ทั้ง Lamborghini Aventador (ลัมโบร์กินี อะเวนทาดอร์), Huracan (ฮูราแคน) และ Urus (อูรุส)

โดยทุกรุ่นมีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และมีสมรรถนะที่เร้าใจ ตอกย้ำดีเอ็นเอความเป็นแบรนด์สุดยอดรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรูระดับโลก ในงาน Motor Show 2020 ตั้งแต่วันนี้-26 กรกฎาคม 2563 ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี”  

Lamborghini Huracán EVO RWD Spyder (ลัมโบร์กินี ฮูราแคน อีโว เรียวีลไดร์ฟ สไปเดอร์)

ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ขับเคลื่อนล้อหลังแบบเปิดประทุนเครื่องยนต์ V10 รุ่นใหม่ล่าสุด ใช้หลักการออกแบบทางวิศวกรรมให้ตัวรถมีน้ำหนักเบา ให้สมรรถนะเต็มที่ในทุกสภาวะการขับขี่ด้วยระบบ Performance Traction Control System (P- TCS) หลังคาเปิดหรือปิดที่มาพร้อมเอกลักษณ์เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V10 ที่ขับเคลื่อนตัวรถไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด ขับเคลื่อนด้วยพละกำลัง 610 แรงม้า และแรงบิด 560 นิวตันเมตร ซึ่งถูกส่งตรงไปที่ล้อคู่หลังเพื่ออรรถรสสูงสุดแห่งการขับขี่ Huracán EVO RWD Spyder มีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.5 วินาที และยังสามารถเร่งความเร็วได้สูงสุดถึง 324 กิโลเมตร/ชั่วโมง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจจากการควบคุมรถได้อย่างอิสระตามต้องการ

Huracán EVO RWD Spyder ถูกรังสรรค์ให้เป็นรถที่เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่กระหายในความเร็ว แต่ยังต้องการที่จะควบคุมตัวรถด้วยความสามารถของตัวผู้ขับขี่เองเป็นหลัก ด้วยการออกแบบระบบขับเคลื่อนที่ส่งกำลังไปที่ล้อคู่หลังทั้งหมด ผู้ขับขี่จะรู้สึกได้ถึงการตอบสนองของรถที่ฉับไวและเป็นธรรมชาติ ระบบ P-TCS ใหม่ของ Huracán EVO RWD Spyder ที่เพิ่มเข้ามานั้นช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้สมรรถนะของตัวรถออกมาได้เต็มที่ในทุกสภาวะการขับขี่ อีกทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยการจัดการกับแรงบิดของรถให้ส่งกำลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการตัดกำลังหรือส่งกำลังอย่างฉับพลัน โดยเมื่อผู้ขับขี่เลือกที่จะเปิดหลังคาประทุนของ Huracán EVO RWD Spyder ผู้ขับขี่จะได้พบกับเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V10 ที่ขับเคลื่อนตัวรถไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด

บนพวงมาลัยของ Huracán EVO RWD Spyder ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ผ่านสวิตช์ ANIMA ซึ่งระบบจะปรับให้ตัวรถตอบสนองตามแบบที่ผู้ขับขี่ต้องการ โดยโหมด Strada ตัวระบบจะควบคุมรถให้มีเสถียรภาพและความปลอดภัยสูงสุดผ่านการส่งแรงบิดอย่างละเอียดอ่อน เพื่อช่วยลดโอกาสที่ล้ออาจจะหมุนฟรีบนพื้นผิวที่มีความลื่นหรือแรงเสียดทานต่ำ สำหรับโหมด Sport ตัวรถจะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจอย่างแท้จริง ด้วยการปล่อยให้แรงบิดของรถขับเคลื่อนล้อหลังแม้ตัวรถจะมีการสไลด์หรือดริฟท์อยู่ก็ตาม ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมตัวรถด้วยคันเร่งและองศาพวงมาลัยเพื่อดึงรถให้กลับมาตรงด้วยตัวผู้ขับขี่เอง และในโหมด Corsa ตัวรถจะควบคุมแรงบิดของรถให้สามารถส่งกำลังลงพื้นได้อย่างเต็มที่สูงสุด เพื่อที่จะทำเวลาต่อรอบสนาม

 

Huracán EVO RWD Spyder มีวัสดุตัวถังที่แข็งแรงซึ่งผสมผสานด้วยวัสดุผสมระหว่างอลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาเพียง 1,509 กิโลกรัม จึงทำให้มีแรงม้าต่อน้ำหนักที่ 2.47 กิโลกรัม / แรงม้า ระบบเบรกเป็นแบบเหล็กที่มาพร้อมจานเจาะรูและครีบระบายความร้อน ล้อขนาด 19 นิ้วเป็นมาตรฐาน ยาง Pirelli P Zero สเปคพิเศษที่มี L-mark โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกเพิ่มออพชั่นล้อเป็นขนาด 20 นิ้ว หรืออัพเกรดระบบเบรกแบบเซรามิค

Huracán EVO RWD Spyder มาพร้อมเครื่องยนต์ V10 ไร้ระบบอัดอากาศตามแบบฉบับของ Lamborghini แต่ปรับเปลี่ยนดีไซน์ทางด้านหน้าและหลังเพื่อสร้างแรงกด (Downforce) ให้กับรถมากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง หลังคาผ้าใบของ Huracan EVO RWD Spyder สามารถเปิด-ปิดได้ภายในเวลาเพียง 17 วินาที แม้ขณะขับขี่โดยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. จอกลางควบคุมตัวรถแบบ HMI ขนาด 8.4 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจัดการกับตัวรถและระบบอินโฟเทนเมนต์ต่างๆ รวมไปถึงระบบ Apple Carplay สำหรับราคาของ Huracán EVO RWD Spyder เริ่มต้นที่ 21,800,000 บาท

 

Lamborghini Aventador SVJ Roadster (ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ เอสวีเจ โรดสเตอร์)

มาพร้อมกับประสบการณ์ขับขี่แบบ open air ที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ที่สามารถรีดพละกำลังสูงสุดถึง 770 แรงม้า ช่วยให้ทะยานจาก 0-100 ภายในเวลาเพียง 2.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 350 กม./ ชม.

นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว อเวนทาดอร์ เอสวีเจ โรดสเตอร์ มาพร้อมกับระบบอากาศพลศาสตร์ ALA (Aerodynamica Lamborghini Attiva) 2.0 ที่ถูกพัฒนาให้ทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพในการจัดการอากาศได้ดีกว่ารุ่น อเวนทาดอร์ เอสวี โรดสเตอร์ ถึง 40%

สำหรับหลังคาของ อเวนทาดอร์ เอสวีเจ โรดสเตอร์นั้น ทำจากวัสดุคาร์บอน ไฟเบอร์เพื่อโครงสร้างที่แข็งแรงและมีน้ำหนักเบาตามสไตล์ของลัมโบร์กินี ซึ่งสามารถจัดเก็บได้ภายใต้ฝากระโปรงด้านหน้าของตัวรถเมื่อต้องการเปิดประทุน ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 1,575 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่า อเวนทาดอร์ เอสวีเจ เพียง 50 กก.เท่านั้น

ทั้งนี้ อเวนทาดอร์ เอสวีเจ โรดสเตอร์ ถูกจำกัดจำนวนการผลิตไว้เพียง 800 คันทั่วโลก ส่งผลให้อเวนทาดอร์ เอสวีเจ โรดสเตอร์ เป็นกระทิงเปลี่ยวที่ดุดันที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ลัมโบร์กินี ราคาเริ่มต้นที่ 48,980,000 บาท

 

Lamborghini Huracán EVO (ลัมโบร์กินี ฮูราแคน อีโว)

ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ เครื่องยนต์ V10 Naturally-aspirated อันทรงพลังและได้รับการถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่มาจาก Lamborghini Huracan Performante (ลัมโบร์กินี ฮูราแคน เพอร์ฟอร์มานเต้) ด้วยพละกำลังสูงสุด 640 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ช่วยให้ Huracán EVO ทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ดีไซน์ตัวถังด้วยอลูมิเนียมผสมกับคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 1,422 กิโลกรัม ช่วยให้ระยะเบรกจาก 100-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีระยะเพียง 31.9 เมตรเท่านั้น โดย ฮูราแคน อีโว มาพร้อมระบบ LDVI ที่สามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของตัวรถ พร้อมควบคุมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและระบบเลี้ยวสี่ล้อ เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วและขับขี่ง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบ Infotainment (อินโฟเทนเมนท์)ใหม่ที่มาพร้อมฟีเจอร์การเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น เพื่อวิวัฒนาการเหนือระดับสู่สุนทรียภาพแห่งการขับขี่สูงสุด 

Lamborghini Urus (ลัมโบร์กินี อูรุส)

Super SUV คันแรกของโลก ที่ถ่ายทอด DNA ของลัมโบร์กินีอย่างแท้จริง ผสมผสานกับความเอนกประสงค์ของรถ SUV ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอันทรงพลัง ที่มาพร้อมกับนิยามว่า “SINCE WE MADE IT POSSIBLE” ด้วยเครื่องยนต์ V8 Twin-turbo ให้พละกำลัง 650 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่มาตั้งแต่รอบต่ำ ส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ ชม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดกว่า 300 กม./ ชม. ดังนั้น อูรุสจึงมาพร้อมจานเบรกแบบคาร์บอนเซรามิกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาด 440 มม. ในด้านหน้า และขนาด 370 มม.ในด้านหลัง ทำให้ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ ชม. มีระยะเพียง 33.7 เมตรเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมความดุดันของอูรุสผ่าน Tamburo – Lamborghini driving dynamics control ได้ถึง 4 โหมด และยังปรับแต่งรูปแบบการขับขี่ได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ผ่าน EGO mode นอกจากนี้ ยังสามารถติดตั้งโหมดพิเศษเพิ่มเติม อย่างโหมด Terra (ออฟโรด) และโหมด Sabbia (ทะเลทราย) ที่ช่วยให้ทุกเส้นทางเป็นเรื่องสนุกสำหรับคุณ 

ที่มา : ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ