Honda CR-V คว้า 2 รางวัลจาก ASEAN NCAP Grand Prix Awards 2018

ฮอนด้า ซีอาร์-วี คว้า 2 รางวัลจาก ASEAN NCAP Grand Prix Awards 2018 ตอกย้ำยนตรกรรมคุณภาพ ที่มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัย ต่อเนื่อง 2 เจเนอเรชั่น

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผย ฮอนด้า ซีอาร์-วี เจเนอเรชั่นที่ 5 คว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยมมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก อาเซียน เอ็นแคป กรังด์ปรีซ์ อวอร์ด 2018 (ASEAN New Car Assessment Program Grand Prix Awards 2018)

โดยได้รับรางวัลรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ที่ดีที่สุดในส่วนการปกป้องผู้โดยสารที่เป็นเด็ก (Best SUV Car in Child Occupant Protection (COP) และรางวัลอาเซียน เอ็นแคป ยอดเยี่ยม – การรักษามาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวต่อเนื่อง (ASEAN NCAP Excellent Award – Consistent 5 Star) ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มีคุณภาพ ครบครันด้วยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอันล้ำสมัย ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ปี 2030 เพื่อก้าวไปสู่สังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision Free Society) ในอนาคต

ฮอนด้า ซีอาร์-วี เจเนอเรชั่นที่ 5 ยนตรกรรมเอสยูวีระดับพรีเมียม เปิดตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2560 รวมทั้งส่งออกไปยังตลาดอาเซียนรวม 8 ประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าในทุกประเทศที่ได้ทำการเปิดตัว โดยมียอดจำหน่ายสะสมทั่วภูมิภาครวมกว่า 70,000 คัน ซึ่งฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่นนี้ เป็นยนตรกรรมรุ่นแรกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวภายใต้เกณฑ์การประเมินใหม่ของ ASEAN NCAP ปี 2560-2563 (New ASEAN NCAP Assessment 2017-2020 Protocol) และได้รับการคัดเลือกเป็นรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ที่มีความปลอดภัยที่สุดของในส่วนการปกป้องผู้โดยสารที่เป็นเด็ก (Best SUV Car in Child Occupant Protection (COP) อีกด้วย

โดย ฮอนด้า ซีอาร์-วี ที่นำมาใช้ในการทดสอบเป็นรุ่นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร* ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งมาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมียม อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับรางวัลจาก ASEAN NCAP Grand Prix ในหมวดเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย (Safety Technology Award) เมื่อปี พ.ศ. 2557 ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) และระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist – AHA) เป็นต้น

อีกทั้งมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครันในทุกรุ่น อาทิ ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ (i-Side Airbag) และม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake – EPB) ระบบ Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold) ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal: ESS) และกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) เป็นต้น

ที่สำคัญ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ทั้งเจเนอเรชั่นที่ 5 และเจเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นก่อนหน้า ผ่านการทดสอบการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ทั้ง 2 เจเนอเรชั่น ส่งผลให้สามารถคว้ารางวัลอาเซียน เอ็นแคป ยอดเยี่ยม – การรักษามาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวต่อเนื่อง (ASEAN NCAP Excellent Award – Consistent 5 Star) ได้อีกด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือระดับ อีกทั้งการรักษามาตรฐานการพัฒนายนตรกรรมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถเอสยูวีของประเทศไทย ด้วยรางวัลจากหลากหลายสถาบัน อาทิ รางวัล Thailand Car of The Year 2017 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย และรางวัล Car of The Year 2018 จัดโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และรางวัล BIG Best Car of the Year 2017 – 2018 ดีเด่น ยอดเยี่ยม Compact Crossover SUV แรงและประหยัดที่สุด จัดโดยบริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป จำกัด เป็นต้น พร้อมด้วยรางวัลต่างๆ จากหลายประเทศในอาเซียน อาทิ รางวัลรถยอดเยี่ยมของประเทศฟิลิปปินส์ ประจำปี 2560 จาก CAGI (Car Awards Group, Inc.) รางวัลรถยอดเยี่ยมของประเทศอินโดนีเซีย ประจำปี 2560 จาก FORWOT และรางวัลรถยอดเยี่ยมของประเทศมาเลเซีย ประจำปี 2560 จาก Carlist

จากความสำเร็จดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงพันธสัญญาและความมุ่งมั่นของฮอนด้า ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ครบครันด้วยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอันล้ำสมัย ซึ่งคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงผู้ใช้รถใช้ถนน อันจะนำไปสู่สังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision Free Society) ให้เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของฮอนด้าปี 2030

*อุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยแตกต่างกันในแต่ละรุ่นและแต่ละประเทศ