Gordon Murray T.50s Niki Lauda เปิดตัวในฐานะไฮเปอร์คาร์ 725 แรงม้า

 

Gordon Murray T.50s Niki Lauda ไฮเปอร์คาร์ 725 แรงม้า ที่สืบทอดแนวคิดรุ่นพี่อย่าง McLAREN F1 จะผลิตเพียง 25 คันเท่านั้น

T.50s Niki Lauda จะมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร V12 เหมือนรุ่นมาตรฐาน ที่ให้กำลัง 701 แรงม้า (523 กิโลวัตต์) ที่ 11,500 รอบต่อนาที แต่ระบบ ram-air แบบติดตั้งบนหลังคาจะทำให้มีพละกำลังรวมถึง 725 แรงม้า (541 กิโลวัตต์) ซึ่งมันจะสร้างแรงบิดได้ 358 ปอนด์ฟุต (485 นิวตันเมตร) โดยในรุ่นมาตรฐาน T.50 จะมีกำลัง 654 แรงม้า (488 กิโลวัตต์) และ 344 ปอนด์ฟุต (467 นิวตันเมตร)


พละกำลังที่ได้ทำงานผ่านเกียร์กระปุก paddle-shift 6 สปีด โดยชุดเกียร์ทั้งสองชุดจะพร้อมใช้งานในช่วงการทำความเร็วที่ 322 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเกียร์อีกชุดจะมีเกียร์ที่สั้นกว่าสำหรับวงจรที่แน่นกว่าและจะตัดความเร็วสูงสุดที่ 274 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พละกำลังนี้มีมากกว่ารถที่มีน้ำหนักเพียง 1,872 ปอนด์ (852 กิโลกรัม) และยังรวมไปถึงเครื่องยนต์ V12 ที่เบากว่ารุ่นมาตรฐานของ T.50 ถึง 35 ปอนด์ (16 กิโลกรัม) การเปลี่ยนแปลงรวมถึงวาล์วไทเทเนียมและการกำจัดระบบกำหนดเวลาวาล์วแปรผัน ไอดีและไอเสียก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน

เมื่อเทียบกับ T.50 รุ่นมาตรฐาน Niki Lauda จะได้รับครีบด้านหลังเพื่อความเสถียรกับความเร็วสูงที่ดีขึ้น และตอนนี้ปีกหลังอยู่ที่ท้ายรถ พัดลมดูดอากาศด้านหลังขนาด 15.75 นิ้ว (400 มม.) โดยพัดลมนี้ทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องดูดฝุ่นที่ช่วยในการดูดอากาศใต้ท้องรถ เพื่อให้รถแนบสนิทกับพื้นถนน ซึ่งช่วยผลิต downforce ที่มีอยู่ได้ถึง 3,307 ปอนด์ (1,500 กิโลกรัม) ดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ยังช่วยเพิ่มอากาศพลศาสตร์

แชสซี monocoque ยังคงเหมือนกับ T.50 ระบบกันสะเทือนมีการปรับแต่งการตั้งค่าที่ทำให้ความสูงของรถลดลง 3.43 นิ้ว (87 มม.) ที่ด้านหน้า และที่ด้านหลัง 4.57 นิ้ว (116 มม.)  บริการ Trackspeed ที่เป็นทางเลือก โดยทาง Gordon Murray Automotive จะปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับเจ้าของคันนั้นๆ

เนื่องจากนิกิเลาดา T.50s ควรจะเป็นแทร็กคาร์ ทาง Gordon Murray Automotive จึงแทนที่เบาะนั่งด้านขวาด้วยระบบดับเพลิง คนขับยังนั่งตรงกลาง และมีที่ว่างสำหรับผู้โดยสารทางด้านซ้าย แต่ผู้ซื้อสามารถสั่งรถโดยไม่ใช้เก้าอี้ตัวนี้เพื่อลดน้ำหนักได้

T.50s Niki Lauda จะมีสนนราคาอยู่ที่ 3.1 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 131 ล้านบาท โดยการผลิตจะเริ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2023 หลังจากที่รุ่นมาตรฐาน 100 คันของ T.50 เสร็จสมบูรณ์

 

ที่มา : motor1


 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น